WHO จับตา “โรคหัด” เสี่ยงระบาด เหตุเด็กเล็กฉีดวัคซีนลด

WHO จับตา “โรคหัด” เสี่ยงระบาด เหตุเด็กเล็กฉีดวัคซีนลด

WHO จับตา “โรคหัด” เสี่ยงระบาด เหตุเด็กเล็กฉีดวัคซีนลด

WHO เตือนเด็กเล็กฉีดวัคซีนโรคหัดลดลง อาจเกิดการระบาดของโรคหัด โรคคอตีบ โรคไอกรนได้ แนะผู้ปกครองรีบพาบุตรหลานเข้ารับวัคซีนฟรีตามกำหนด แนะสังเกตอาการไข้ ตาแดง ผื่นแดงกระจายทั่วตัว ในเด็กเล็กเสี่ยงมีภาวะปอดบวม

วันนี้ (8 ธ.ค.2565) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถาน การณ์ของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความครอบคลุมการได้รับวัคซีนในกลุ่มเด็กตามแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคลดลงไปด้วย

โดยสอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลก (WHO)และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC)ได้ออกประกาศเตือนทุกประเทศว่าการลดลงของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด กำลังทำให้โรคหัด ซึ่งเป็นโรคทางเดินหายใจที่ระบาดได้ง่าย กลายเป็นภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในทุกภูมิภาค

เด็ก

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามผลบริการฉีดวัคซีนภาพรวมได้ลดลงทุกวัคซีน เช่น ในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา พบความครอบคลุมการฉีดวัคซีนหัดเข็มที่ 1 เป็นร้อยละ 86 และเข็มที่ 2 เป็นร้อยละ 82 ซึ่งได้ลดลงจากปี 2562 ซึ่งพบความครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ร้อยละ 92 และเข็มที่ 2 ร้อยละ 90

ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมความพร้อมด้านวัคซีนป้องกันโรคหัดไว้แล้ว โดย สปสช. จะเป็นผู้สนับสนุนวัคซีนหัดในเด็กเล็ก ซึ่งสามารถรับวัคซีนเข็มที่ 1 ได้เมื่ออายุ 9 เดือน และรับวัคซีนเข็มที่ 2 ได้เมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง และกรมควบคุมโรคจะเป็นผู้สนับสนุนวัคซีนหัดในผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ทุกกลุ่มเป้าหมายสามารถติดต่อขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สังเกตอาการ “โรคหัด”
โรคหัดเกิดจากเชื้อไวรัส Measles ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้บ่อยในจมูกและลำคอผู้ป่วย อาการที่พบบ่อยของโรคหัด คือ ไข้ออกผื่น มักมีอาการไข้สูงประมาณ 3-4 วัน แล้วเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้น โดยผื่นเริ่มขึ้นจากหลังหู แล้วลามไปยังใบหน้าบริเวณชิดขอบผม และแพร่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายทั่วตัวประมาณ 2-3 วัน ไข้จะค่อยๆ ลดลง และผื่นก็จะค่อยๆ จางหายไป ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นมากอาจจะลอกเป็นขุย หรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นได้

ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้คือ คออักเสบ หลอดลมอักเสบจนถึงปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ท้องเสียและสมองอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด หากป่วยด้วยโรคหัดหรือสงสัยว่าเป็นโรคหัด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย เก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและรับการรักษา

ติดตามข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ : ตร.ฉุนโรงเรียนปิดข่าว